You are currently browsing the category archive for the 'Articles & Books' category.
How to See เป็นหนังสือที่รวบรวมภาพถ่ายและบทความ เขียนโดย George Nelson หนึ่งในผู้ที่วางรากฐานของ Modernist Design ในประเทศอเมริกา หนังสือเล่มที่เขียนถึงการมองและการแปลความหมายสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ (ในมุมมองของ George Nelson) เพื่อทำให้เกิด awareness ในการใช้ชีวิตประจำวัน หรือสำหรับนักออกแบบ งานของเขามีผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรได้บ้าง
George Nelson ได้กล่าวไว้ในหนังสือ ชื่อที่เหมาะกับหนังสือเล่มนี้จริงๆควรจะเป็น How I see เพราะว่าทุกๆคนมองเห็นโลกแตกต่างกันไปเนื่องจากมีจุดโฟกัสที่ไม่เหมือนกัน เขาจึงแนะนำว่าหนังสือเล่มนี้จึงควรใช้เป็นคู่มือในการมองและการเรียนรู้มุมมองของผู้อื่น และเพื่อให้การตั้งโจทย์ในการมองแต่ละครั้งกว้างและหลากหลายขึ้น
“Einstein has been reported as saying that it is not possible to make an observation unless the observer has a theory to bring to bear on what he is looking at. In a sense, this is as true of laymen as it is of scientists. We all tend to see in terms of what we know, or believe. “
หนังสือเล่มนี่จริงๆแล้วหายากมากเพราะถูกพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 1977 แต่โชคดีมากๆ ที่ในปี 2003 Rob Forbes ผู้ก่อตั้ง Design Within Reach ได้นำหนังสือเล่มนี้กลับมาพิมพ์อีกครั้ง เราว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ทำให้เรามองอะไรกว้างขึ้นจากที่เป็นอยู่ขึ้นอีกและเราคิดว่าทุกคนที่สนใจเรื่องการออกแบบน่าจะได้อ่านกัน
***

เพิ่งได้หนังสือ Monograph สองเล่มของ Christian Liaigre นักออกแบบอินทีเรียร์และเฟอร์นิเจอร์ชาวฝรั่งเศสในยุคปัจจุบันที่เราชอบมากที่สุดคนหนึ่ง เราชอบงานของเขามากเพราะว่าในสถานการณ์เดียวกัน การแก้ปัญหาของเขาเงียบและสง่างามมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา เขาเป็นคนที่เรานึกไม่ออกจริงๆว่าคนที่ทำงานออกมาได้อย่างนี้ตอนเด็กๆต้องเป็นคนอย่างไงกัน
***


อ่านเจอบทความเรื่อง “The Eureka Hunt” เขียนโดย John Lehrer ใน The New Yorker เกี่ยวกับการทำงานของสมองของมนุษย์และทำไมบางที่สมองเรามีไอเดียดีๆไหลเข้ามา ในขณะที่บางทีคิดแทบตายก็คิดอะไรไม่ออก ถึงแม้ว่ายังไม่มีผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน จากการวิจัยที่ผ่านมาเขาสรุปได้ (ในระดับนึง) ว่า ความคิด (good idea) จะเกิดขึ้นเมื่อเรามองที่ภาพรวมของปัญหานั้น แทนที่จะโฟกัสอยู่ที่การแก้ปัญหาของโจทย์นั้นๆในวงแคบ เขายกตัวอย่างถึงพระเซนรูปหนึ่งที่เข้าว่าทำข้อสอบทดสอบเรื่องสมอง เนื่องจากที่พระรูปที่ถูกฝึกมาให้โฟกัสกับปัญหาตรงหน้า ช่วงแรกๆเขาไม่สามารถตอบคำถามตรงหน้าได้เลย จนในที่สุดเขาเราเห็นว่า การโฟกัสที่คำถามและคำตอบของเขามันจำกัดความสามารถในการมองภาพรวมของปัญหาและการแก้ปัญหาของเขา พระรูปนี้เลยเปลี่ยนมาโฟกัสใจตัวเองให้ไม่โฟกัส และแล้วเขาก็สามารถทำข้อสอบได้ดีขึ้นมาทันที
เพราะอย่างนี้เอง คนส่วนใหญ่จึงมักจะมีความคิดสร้างสรรค์ไหลเข้ามาเวลาอาบน้ำอุ่นตอนเช้า(เวลาที่สมองยังผ่อนคลายและยังไม่จดจ่อกับอะไรอยู่) หรือเวลาที่ติดอยู่กับปัญหาอะไรนานๆ การเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นสักพัก มักจะช่วยให้ความคิดเดินอีกครั้งเวลาที่กลับมาที่โจทย์นั้นอีกที
***


Recent Comments