You are currently browsing the category archive for the 'Travel' category.
กลับมาจากเปรูได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว โชคดีรอดชีวิตมาจาก Inca Trail ได้ :- D แต่ก็ยังคิดว่าคิดถูกที่เลือกไปเดินกันอยู่ดี เราไปทั้งหมด 4 วัน (ระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร เดินขึ้นเขาประมาณ 1 กิโลเมตร ข้ามเขา 5 ลูก) เริ่มเดินจากกิโลเมตรที่ 82 ไปสุดที่มาชูพิคชู มีคนไปเดินด้วยกันทั้งหมด 20 คน บวกกับไกด์ 3 คนและคนช่วยแบกเต้นท์และอาหารอีก 20 กว่าคน สองวันแรกสำหรับเรายากมากๆ เพราะส่วนใหญ่จะเดินขึ้นและขั้นบันไดส่วนใหญ่ที่ชาวอินคาสร้างเอาไว้ชันมากๆ (ที่สร้างอย่างนี้เพราะทำให้วิ่งขึ้นลงได้ง่ายและเร็วขึ้น) แล้วเส้นทางที่เราไปอยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,400 เมตร - 4,200 เมตร มีออกซิเจนเบาบาง ทำให้เราหายใจยากมากๆโดยเฉพาะเวลาออกกำลังกายหนักและระบบต่างๆในร่างกายก็จะทำงานช้ากว่าปกติ
ถึงเหนื่อยสุดๆและโกรธขั้นบันไดทุกขั้นที่ไปเจอมา สำหรับเราประสบการณ์นี้เป็นประสบการณ์ที่ดีมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต เพราะนอกจากจะได้ไปอยู่ในธรรมชาติที่เราไม่คุ้นเคย (ไม่เคยไปอยู่ในที่สูงขนาดนั้นมาก่อน) และเห็นซากปรักหักพังต่างๆระหว่างทางและเรียนรู้เรื่องประวัติของชาวอินคาแล้ว ยังได้พบเจอคนหลากหลายอีกด้วย ในกลุ่มที่ไปด้วยกันมีคนมาจาก ออสเตรเลีย แคนาดา สวิสเซอร์แลนด์ ไอร์แลนด์ อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และ เยอรมันนี คนที่มาส่วนใหญ่มีเวลาเยอะมาก หลายคนใช้เวลาทั้งหมด 3-6 เดือนเที่ยวทั้งอเมริกาใต้ พอรู้ว่าเรามากัน 10 วันเพราะทำงานที่อเมริกามีวันหยุดไม่เยอะมาก แค่ 10 วันต่อปี แถมไม่ได้ทีเดียว 10 วันด้วยแต่จะได้เพิ่มมา 0.83333* วันทุกๆ 1 เดือน หัวเราะกันใหญ่ เขาบอกว่าย้ายมาทำงานที่ยุโรปเถอะ เพราะว่าวันหยุดของคนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานที่นั่นก็ 3 อาทิตย์ขึ้นไปแล้ว เค้าได้เห็นโลกกันเยอะมากๆ ได้ยินอย่างนี้ยิ่งรู้สึกว่าคิดไม่ผิดที่ลาออกจากงานเลย
จริงๆการที่มาเดินพวกเราตั้งใจว่าจะมาวางแผนเรื่องงานกัน เอาเข้าจริงสลบคาเต้นท์ทุกคืน ระหว่างเดินก็ไม่สามารถคุยได้เพราะหายใจไม่ออก (ไม้เดินป่าที่ใช้ วันสุดท้ายใช้เป็นไม้เท้าแทนแล้ว) แต่ก็ได้อะไรอ้อมๆมาบ้าง อย่างเช่น เวลาที่เดินขึ้นเขา เราจะหายใจไม่ค่อยทันทำให้ต้องหยุดพักเป็นช่วงๆ เรารู้สึกว่าเราเดินได้ทีละน้อยๆ แต่พอหันหลังไปจะพบว่าเรามาได้ไกลกว่าที่เราคิดทุกครั้ง เดี๋ยวนี้เวลาเจออะไรยากๆหนักๆ ก็เลยต้องนึกถึงการมาเดินที่นี่ เพราะถึงเหนื่อยและท้อแค่ไหนแต่ถ้าไม่หยุดทำและไม่ได้กำลังไปผิดทางอยู่ ถึงจะช้าก็มีวันทำสำเร็จ แต่ถ้าหยุดทำมันก็ไม่มีทางทำสำเร็จแน่ๆ
อีกอย่างก็คือ ได้เห็นปัจจัยเรื่องเวลา(อายุ)ชัดขึ้นมากๆ เราอยู่ในพวกที่แก่ที่สุดในกลุ่มที่ไปด้วยกันเลย โชคดีที่มาเที่ยวที่นี่กันตอนที่ร่างกายยังรับได้อยู่ แต่ทำให้เห็นว่าในแต่ละช่วงอายุมันมีสิ่งที่เหมาะสมต่างกัน ทั้งเรื่องงานและเรื่องเที่ยว หลายอย่างถ้าไม่ทำตอนนี้ อาจจะอดทำตลอดไปเลยก็ได้!





*ชอบเวลาที่อยู่ที่เปรูมาตลอด 10 วัน แต่มาเซ็งเอาตอนวันเดินทางกลับที่สนามบินที่ Lima เพราะว่าเขาเก็บภาษีสนามบินสำหรับคนที่เดินทางระหว่างประเทศถึง US$31 ต่อคน เทียบกับค่าครองชีพที่นั่นมันบ้าไปแล้ว ที่ยิ่งทำให้เซ็งกว่านั้นคือ ตรงแคชเชียร์มีกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือเด็กน้อยยากจนในเปรู เจ็บใจที่เงินก้อนนั้นเสียไปเพื่อมาบำรุงสนามบินที่มีแต่ร้านค้าหรูหราขายของฝากซ้ำๆกัน ตู้กดเอทีเอ็มยี่ห้อเดียวทั้งสนามบิน ร้านอาหารฟาสฟู้ดจากต่างประเทศ แต่กลับไม่ได้ถูกนำไห้เด็กยากจนเหล่านั้น

Recent Comments